"> มาร์ติน ลูเทอร์ คิง ตำนานแห่งการเรียกร้องความเท่าเทียมเรื่องสีผิว | aisia.net
มาร์ติน ลูเทอร์ คิง ตำนานแห่งการเรียกร้อง

มาร์ติน ลูเทอร์ คิง ตำนานแห่งการเรียกร้องความเท่าเทียมเรื่องสีผิว

by admin
140 views

มาร์ติน ลูเทอร์ คิง ตำนานแห่งการเรียกร้องความเท่าเทียมเรื่องสีผิว

ปัญหาเรื่องความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ โดยเฉพาะในเรื่องของสีผิวนับว่าเกิดขึ้นในดินแดนแห่งอิสรภาพอย่างสหรัฐอเมริกามาอย่างช้านานแล้ว ซึ่งปัญหาดังกล่าวนับเป็นปัญหาที่ชาวอเมริกันเชื้อสานแอฟริกัน หรือคนที่มีผิวสีดำไม่มีทางเลือกเลย เพราะพวกเขาถูกบังคับจับตัวมาขายเป็นแรงงานทาสที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยไม่ได้มีการยินยอมพร้อมใจมาตั้งแต่ต้น และถูกกดขี่ราวกับไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเพียงเครื่องจักรที่ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายเท่านั้น ซึ่งแม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีประกาศเลิกทาสมาตั้งแต่สมัยของประธานาธิบดีลินคอล์นซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1863 แต่ในทางปฏิบัติแล้วการปฏิบัติต่อคนผิวดำในสังคมสหรัฐอเมริกาก็ยังมีความแตกต่างกับคนผิวขาวอยู่หลายประการ
มาร์ติน ลูเทอร์ คิง เป็นชาวเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกำเนิดในครอบครัวของนักเทศน์ที่เป็นศิษยาภิบาลคณะแบปทิสต์ อันเป็นคริสศาสนานิกายหนึ่ง ซึ่งอิทธิพลของครอบครัวทำให้มาร์ตินมีศรัทธาในคริสต์ศาสนาเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากในการกล่าวสุนทรพจน์เกือบทุกครั้งของเขาจะขึ้นต้นด้วยคำว่า “I Have a Dream” หรือ “ข้าพเจ้ามีความฝัน” อันแสดงถึงศรัทธาอันแรงกล้าของเขาว่าประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของเขาต้องสามารถเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นกว่าเดิมได้ มาร์ตินเกิดมาในยุคที่การปฏิบัติระหว่างชาวอเมริกันผิวขาวและผิวดำมีความแปลกแยกและไม่เท่าเทียมกันอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นเมื่อชาวผิวดำขึ้นรถเมล์ประจำทางพร้อมกับคนผิวขาว พวกเขาจะต้องนั่งแต่เฉพาะที่นั่งของคนผิวดำเท่านั้น และหากคนผิวขาวต้องการนั่ง คนผิวดำก็จะต้องสละที่นั่งให้ด้วย
ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้ มาร์ติน ลูเทอร์ คิง เข้าเป็นแกนนำคือการที่หญิงสาวนามว่า โรซา พาร์คส์ ถูกจับกุมในข้อหาที่ปฏิเสธไม่ยอมสละที่นั่งบนรถเมล์ให้กับชายผิวขาว ในปี ค.ศ. 1955 ที่เมืองมอนต์โกเมอรี่ รัฐอลาบามา ความอยุติธรรมนี้ทำให้มาร์ตินซึ่งในขณะนั้นเป็นนักเทศน์คนที่ 20 ของโบสถ์แบ๊บติสต์แห่งหนึ่งที่ตั้งบนถนนเด็กซ์เตอร์ เอเวนิว อดรนทนไม่ได้จนต้องออกมาเป็นแกนนำแสดงความเคลื่อนไหวท่วงคืนความเป็นธรรมให้กับโรซาและชาวอเมริกาผิวดำคนอื่น ๆ การเคลื่อนไหวนครั้งนั้นของมาร์ตินก่อให้เกิดการคว่ำบาตรรบบขนส่งสาธารณะของเมืองยาวนานถึง 381 วัน และทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีว่าการเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำเป็นเรื่องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นับเป็นชัยชนะจากการเคลื่อนไหวทางสังคมครั้งแรกของมาร์ติน
อย่างไรก็ดี มาร์ติน ลูเทอร์ คิง ทราบดีว่าภารกิจที่เขาจะต้องจัดการเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคมนั้นยังไม่สิ้นสุด เขากับแนวร่วมจึงได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิของคนผิวดำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงปี ค.ศ. 1957 – 1968 มาร์ตินได้เดินทางเกือบทั่วประเทศเพื่อกล่าวสุนทรพจน์กว่า 250,000 ครั้ง ตีพิมพ์หนังสือ 5 เล่ม และยังมีบทความอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งเขาเคลื่อนไหวก็ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องสิทธิความเท่าเทียมมากขึ้น จนได้รับยกย่องให้เป็นบุรุษแห่งปี โดยนิตยสารไทมส์ในปี ค.ศ. 1963 และรางวัลโนเปิลสาขาสันติภาพในปี ค.ศ. 1964 การเคลื่อนไหวของเขาเป็นวิธีการอย่างสันติวิธีที่แม้แต่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี้ ยังต้องยอมให้เขาเข้าพบเป็นการส่วนตัวเลยทีเดียว
สุนทรพจน์ที่นับว่ายิ่งใหญ่และเป็นอมตะมากของ มาร์ติน ลูเทอร์ คิง เกิดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1963 ณ. National Mall กรุงวอซิงตัน ดี ซี เบื้องหน้าของมาร์ตินคืออนุสาวรีย์ของ จอร์จ วอชิงตันที่ตั้งตระง่านอยู่ ส่วนด้านหลังคือรูปปั้นของอับบราฮัม ลินคอร์น ประธานาธิบดีของสหรัฐ ผู้ประกาศเลิกทาสเมื่อกว่าร้อยปีก่อน ใจความสำคัญในสุนทรพจน์นั้นระบุว่า “ผมมีความฝันว่าวันหนึ่ง ลูกเล็กทั้งสี่ของผมจะอาศัยอยู่ในชาติที่พวกเขาจะไม่ถูกตัดสินด้วยสีผิวของพวกเขา แต่ด้วยชื่อเสียงของสิ่งที่พวกเขากระทำ”
อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าเสียดายว่านับจากวันที่ มาร์ติน ลูเทอร์ คิง ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์อันล้ำค่านี้เพียง 5 ปี เขาก็ถูกลอบสังหารในขณะที่เดินทางไปเรียกร้องความเท่าเทียมให้กับแรงงานผิวดำที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1968

บทความล่าสุด