"> ฮาวายกับราชวงศ์ที่ถูกลืม | aisia.net
ฮาวายกับราชวงศ์ที่ถูกลืม

ฮาวายกับราชวงศ์ที่ถูกลืม

by admin
96 views

ฮาวายกับราชวงศ์ที่ถูกลืม

เมื่อเอ่ยถึงฮาวาย หลายคนคงนึกถึงเมืองที่มีความสวยงาม ด้วยชายหาดและท้องทะเลสีคราม รายล้อมด้วยธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างดี มีเมืองสำคัญชื่อว่าโฮโนลูลู เป็นรัฐนอกดินแดนที่ถูกปกครองโดยประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกค้นพบโดยกัปตันเจมส์ คุก เมื่อปี ค.ศ. 1778 ฮาวายประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยรวมกันทั้งหมด 8 เกาะ คือโอวาฮู, ฮาวาย หรือบิ๊กไอส์แลนด์, มาวี, คาโฮโอลาเว, ลาไน, โมโลไค, คาไว และนิอิฮาว ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ถือเป็นหมู่เกาะที่เพิ่งเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ได้ไม่นานนัก และมีชนพื้นเมืองที่เรียกกันว่าโพลีนีเซียน ซึ่งนับวันชนพื้นเมืองเหล่านี้ก็จะถูกกลืนโดยชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งรกรากในฮาวายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามรูปแบบการปกครองของสหรัฐอเมริกาที่เน้นความเสรี

ในอดีตฮาวายคือรัฐที่มีการปกครองตนเองในระบบกษัติย์ มีราชวงศ์ปกครองประเทศรวมทั้งหมด 3 ราชวงศ์ มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 8 พระองค์ โดยปฐมกษัตริย์ของฮาวายคือพระเจ้าคาเมฮาเมฮามหาราช แห่งราชวงศ์คาเมฮาเมฮา ซึ่งพระองค์คือผู้ที่รวบรวมหมู่เกาะฮาวายทั้งหมดขึ้นไว้ด้วยกัน สถาปนาเป็นราชอาณาจักรฮาวาย เมื่อปี ค.ศ. 1810 มีการจัดระเบียบการปกครองโดยนอกจากกษัตริย์แล้วจะตำแหน่งคูฮีนา นูอี (เปรียบได้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี) เพื่อถ่วงดุลอำนาจของกษัตริย์ ซึ่งมีทั้งหญิงและชายเข้ามามีบทบาทสำคัญทางการเมือง

ซึ่งนับตั้งแต่ตั้งราชวงศ์ขึ้นมาปกครองฮาวาย ฮาวายต้องประสบปัญหาความเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ กัดกินอัตลักษณ์ท้องถิ่นของพวกเขาทีละน้อย อย่างแรกคือนับตั้งแต่ที่ชาติตะวันตกนำโดยกัปตันเจมส์ คุก เข้ามาเหยียบย่ำบนแผ่นดินฮาวายพวกเขาได้นำโรคติดต่อบางอย่างที่ชนพื้นเมืองไม่เคยและประสบและมีภูมิคุ้มกันเข้ามาด้วย ว่ากันว่าชาวพื้นเมืองฮาวายกว่าครึ่งหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตไปกับโรคติดต่อใหม่ ๆ ที่พวกเขาไม่รู้จักนี้ โดยเฉพาะการเข้ามาของมิชชันนารี ที่ทำให้ศาสนาดั้งเดิมของฮาวายเสื่อมถอยลงไป ในยุคของพระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 2 กษัตริย์องค์ที่ 2 ของฮาวายได้ทำลายวัดและสัญลักษณ์ทางศาสนาดั้งเดิมของฮาวายที่นับถือเทพเจ้าตามธรรมชาติเป็นหลักไปเกือบทั้งหมด และถูกแทนโดยศาสนาคริสต์ซึ่งได้ส่งผลโดยตรงต่อสภาพสังคมฮาวายอย่างต่อเนื่อง ชาวฮาวายได้ละทิ้งวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมทั้งระบำฮูลา หรือระบำหน้าท้อง และการเล่นกระดานโต้คลื่นไปเกือบทั้งหมด

เมื่อมาถึงกษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์คาเมฮาเมฮา การพนัน และอิทธิพลของศาสนาใหม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อรูปแบบการปกครองของกษัตริย์ โดยพระองค์ยอมลดอำนาจของตนเองลง และออกประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกขึ้นในปี ค.ศ.1840 โดยกษัตริย์ฮาวายจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เริ่มมีแนวความคิดในเรื่องของการถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน จากเดิมที่ชาวฮาวายทุก ๆ คนมีสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์จากพื้นแผ่นดินเท่า ๆ กัน ทำให้ชาวต่างชาติเริ่มมีสิทธิ์ในการซื้อที่ดิน ที่ดินในแผ่นดินฮาวายเริ่มตกอยู่ในมือของชาวต่างชาติ และเริ่มใช้ฮาวายเป็นฐานการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกอ้อย เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดแนวความคิดที่จะรวบฮาวายเข้ากับสหรัฐอเมริกาขึ้น

ราชวงศ์คาลาอีมามาฮูเริ่มเมื่อพระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 5 เสด็จสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาท จึงได้มีการนำรัฐธรรมนูญมาใช้โดยการเลือกตั้งกษัตริย์ และวิลเลียม ลูนาลิโล พระนัดดาของพระเจ้าคาเมฮาเมฮาทรงชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ถือเป็นกษัตริย์ที่เสด็จขึ้นครองราชย์ ผ่านการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นพระองค์แรก

กษัตริย์องค์สุดท้ายของฮาวายคือราชินีลิลิอูโอคาลานี แห่งราชวงศ์คาลาคาอัว พระนางเริ่มมีแนวคิดที่จะเรียกร้องสิทธิคืนให้กับคนฮาวาย พระนางมีแนวคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ชาวฮาวายมีสิทธิในการเลือกตั้ง และเพิ่มพระราชอำนาจของกษัตริย์ในการแต่งตั้งสภาสูง และคณะรัฐมนตรีโดยไม่ต้องผ่านสภานิติบัญญัติ เพื่อลบล้างอิทธิพลของชาวอเมริกันในรัฐบาลฮาวายที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งการเรียกร้องเหล่านี้ได้นำไปสู่จุดเปลี่ยน และเริ่มต้นการล้มล้างราชบัลลังก์ของกษัตริย์ฮาวาย ซึ่งใช้เวลาเปลี่ยนผ่านเพียง 4 วัน โดยในวันที่ 17 มกราคม ค.ศ.1893 ได้มีประกาศสิ้นสุดระบบการปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นพระประมุข

ราชินีลิลิอูโอคาลานีทรงพยายามขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลประเทศต่าง ๆ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ มีประชาชนบางส่วนพยายามสนับสนุนพระนาง และก่อการปฏิวัติ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่นานกลุ่มผู้สนับสนุนกษัตริย์ก็ถูกกวาดล้าง องค์ราชินีถูกบังคับให้ลงพระปรมาภิไธยเพื่อสละราชบัลลังก์และมอบอำนาจปกครองให้รัฐบาลของสาธารณรัฐฮาวายอย่างถาวร และยังนำพระนางไปขึ้นศาลทหารต่ออีกด้วย ในความผิดข้อหากบฏ มีโทษปรับ 5,000 เหรียญสหรัฐ และต้องทำงานหนักเป็นเวลา 5 ปี แต่ภายหลังโทษทำงานได้ถูกยกเลิกไป เหลือเพียงการกักตัวพระองค์เอาไว้ในพระราชวัง และห้ามติดต่อบุคคลภายนอกอีกต่อไป

ในค.ศ. 1896 ประชาชนได้ยื่นหนังสือขออภัยโทษให้กับพระนาง ทำให้พระนางได้รับอิสรภาพแต่ก็ต้องอยู่ในสถานะของประชาชนคนธรรมดาตามรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐฮาวาย พระนางลิลี่อูโอคาลานีได้เสด็จสวรรคตในค.ศ. 1917 ด้วยพระชนมายุ 79 พรรษา ก่อนที่ฐานทัพฮาวายของสหรัฐอเมริกาจะถูกถล่มโดยกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นการสิ้นสุดสมาชิกราชวงศ์อย่างสมบูรณ์

 

 

บทความล่าสุด