"> อณาจักรขอมโบราณ อาณาจักรโบราณที่เกือบสาบสูญ | aisia.net
อณาจักรขอมโบราณ อาณาจักรโบราณที่เกือบสาบ

อณาจักรขอมโบราณ อาณาจักรโบราณที่เกือบสาบสูญ

by admin
96 views

อณาจักรขอมโบราณ อาณาจักรโบราณที่เกือบสาบสูญ

โลกในอดีตกาลล้วนมีอณาจักร และวัฒนธรรมโบราณมากมาย ซึ่งหากกล่าวว่าโลกตะวันตกมีกรีก และโรมันเป็นอณาจักรโบราณที่ยิ่งใหญ่ โลกตะวันออกก็มี อณาจักรขอมโบราณ ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครเช่นเดียวกัน พิสูจน์ได้จากสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ซึ่งยังหลงเหลืออยู่ในประเทศกัมพูชา รวมทั้งคำบอกเล่าอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ แต่ความเป็นมาของอณาจักรแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความลึกลับ ขนในช่วงแรกนักโบราณคดียังคิดว่าตำนานที่เกี่ยวข้องกับอณาจักรขอมเป็นเพียงเรื่องเล่าในตำนานเท่านั้น

อณาจักรขอมเริ่มต่อเนื่องมาจากอาณาจักรฟูนัน ซึ่งเป็นอาณาจักรเก่าแก่ที่เริ่มขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 6 คำว่า “ฟูนัน” คาดว่าเพี้ยนมาจากคำว่าพนมซึ่งมีความหมายว่าภูเขา โดยอาณาเขตของอณาจักรฟูนันนั้นงเริ่มจากแหลมทางตอนใต้ของอินโดจีน ในยุคนั้นนิยมสร้างเมื่อบนภูเขาซึ่งเป็นไปตามความเชื่อในลัทธิพราหมณ์ หรือฮินดูลัทธิไศวะนิกาย  และไวณพนิกายที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย นิยมสร้างเมืองเอาไว้บนภูเขา และมีวิหารจำลอง (กษัตริย์ยุคนี้เรียกพระองค์เองว่ากูรุงพนม หมายถึงราชาแห่งขุนเขา)

ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 10 พราหมณ์โกญธัญญะจากอินเดียได้เดินทางมายึดครองอาณาจักรฟูนัน และแต่งตั้งเป็น อณาจักรขอมโบราณ ขึ้น และได้มีการสร้างแบบแผนของราชสำนักเลียนแบบอินเดีย มีตำนานกล่าวว่าราชวงศ์ขอมเกิดจากพราหมณ์ที่ไปสมสู่กับธิดาของพญานาค เจ้าผู้ครองนครในความเชื่อของอณาจักรขอมจึงเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากพญานาคนั่นเอง

กษัตริย์ที่นับว่ารัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 หรือพระเจ้าปรเมศวร ที่ครองราชย์ในช่วง พ.ศ.1345-1393 คือกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของ อณาจักรขอมโบราณ พระองค์ได้รวบรวมอาณาจักรขอมให้เป็นปึกแผ่น มีการสร้างเมืองหลวงใหม่นามว่าเมืองกัมโพชน์ตะวันออก  และยังได้มีการสร้างราชธานีขึ้นใหม่อีกหลายแห่ง และรวมทั้งปราสาทหินหรือเทวาลัยต่าง ๆ มากมาย โดยนครวัต แห่งนครธมถือว่ามีความยิ่งใหญ่และแสดงถึงความเรืองอำนาจของอณาจักรขอมมากที่สุด และพระองค์ยังได้ขยายพระราชอำนาจเข้าไปจนถึงบริเวณลุ่มแม่น้ำ บริเวณอีสานตอนใต้ของประเทศไทยเลยทีเดียว

ในยุคสมัยนี้พระองค์ได้สร้างลัทธิเทวราชาขึ้นมาใช้ปกครองอณาจักร ด้วยการยกฐานะของกษัตริย์ให้เป็นเทพเจ้า หรือเทวราชา (Deva-Raja) ซึ่งแตกต่างจากลัทธิเดิมที่เคยใช้ที่กษัตริย์เป็นเพียงมนุษย์ที่นับถือเทพเจ้า และมีหน้าที่สื่อสารกับเทพเจ้าเท่านั้น แต่ลัทธิราชานั้นจะถือให้กษัตริย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเทพเจ้า เปรียบเหมือนเทพเจ้าได้แบ่งภาคลงมาจุติเป็นกษัตริย์ ดังนั้นเมื่อกษัตริย์เสวยราชย์ก็จะมีภารกิจต้องกระทำ 3 ประการคือขุดสระชลประทาน หรือเรียกว่าบารายขึ้นมาใช้สอย บารายถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ อณาจักรขอมโบราณ เพราะแม้ว่าอณาจักรจะไม่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ แต่ประชาชนในอณาจักรก็จะยังมีน้ำใช้ไปตลอดทั้งปี กษัตริย์ยังต้องสร้างศาสนสถานบนฐานเตี้ย ๆ อุทิศถวายแด่บรรพบุรุษ รวมทั้งการสร้างศาสนสถานบนฐานเป็นชั้น ๆ หรือปราสาทขอมแบบยกฐานหลายชั้นเพื่ออุทิศให้สถานที่สถิตของเทพเจ้า ซึ่งโดยมากจะนับถือศิวลึงค์ทองอันเป็นสัญลักษณ์แห่งองค์พระอิศวร หรือเทวรูปของพระวิษณุ และมีความเชื่อว่าเมื่อใดที่กษัตริย์สิ้นพระชนม์ วิญญาณของพระองค์จะเสด็จไปรวมกับเทพเจ้า ณ ปราสาทที่พระองค์สร้างขึ้นมา

กล่าวกันว่าในยุครุ่งเรือง อณาจักรขอมโบราณ กินอณาเขตไปตั้งแต่ภาคเหนือตอนบนของไทย ไปจนถึงดินแดนสิบสองปันนาในพม่า ประเทศกัมพูชาทั้งหมด ไปจนถึงแหลมอินโดจีนตอนบน ก่อนที่อณาจักรแห่งนี้จะค่อย ๆ เสื่อมอำนาจ และสาบสูญไปในที่สุด ซึ่งคาดว่าเกิดจากปัญหาการจัดการระบบการปกครองที่ไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

 

บทความล่าสุด