"> สงครามเวียดนาม ความพ่ายแพ้ของอเมริกา | aisia.net
สงครามเวียดนาม ความพ่ายแพ้ของอเมริกา

สงครามเวียดนาม ความพ่ายแพ้ของอเมริกา

by admin
174 views

สงครามเวียดนาม ความพ่ายแพ้ของอเมริกา

ในยุคล่าอณานิคม ประเทศเวียดนามได้ถูกยึดครองโดยประเทศฝรั่งเศส จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2448 โฮจิมินห์และขบวนการเวียดมินท์ได้ทำสงครามต่อสู้กับฝรั่งเศส และใช้เวลานานถึง 9 ปีจึงสามารได้เอกราชกลับคืนมาได้ ในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 ฝรั่งเศสได้ยอมลงนามในสนธิสัญญาสงบศึกเรียกว่าอนุสัญญาเจนีวา/ข้อตกลงเจนีวา เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม พ.ศ. 2497 แต่สัญญานี้ได้ทิ้งความบาดหมางให้กับเวียดนามเอาไว้ โดยได้แบ่งประเทศเวียดนามออกเป็น 2 ประเทศคือเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ โดยยึดถือเอาเส้นขนานที่ 17 เป็นเส้นแบ่งเขตแดน

ตลอดช่วงเวลาที่เวียดนามเกิดการแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่ายนั้น ประเทศเวียดนามได้ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันของประเทศมหาอำนาจ 2 ขั้นอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่เน้นความเป็นประชาธิปไตย และมีอิทธิพลต่อเวียดนามใต้ ส่วนประเทศจีนและโซเวียตได้เข้ามามีอิทธิพลทางคอมมิวนิสต์ต่อเวียดนามเหนือ โดยสหรัฐอเมริกานั้นได้ยึดถือเอาเวียดนามใต้เป็นแหล่งกระจายอำนาจด้านประชาธิปไตยให้กับประเทศทางเอเซียอาคเนย์ และเริ่มเข้มข้นตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนได้ปะทุขึ้นมาเป็นสงครามเวียดนาม หรืออีกชื่อเรียกคือสงครามอินโดจีน ที่ 2 และชาวเวียดนามเองจะเรียกสงครามครั้งนี้ว่าสงครามต่อต้านอเมริกา ในช่วงแรกมีประเทศที่เข้าร่วมอยู่ 3 ประเทศคือเวียดนาม ลาว และกัมพูชา เริ่มในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 โดยเวียดนามได้สูญเสียไซ่ง่อนไป จนในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 การต่อสู้ระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง แต่ละฝ่ายต่างก็มีมหาอำนาจที่ยึดรูปแบบการปกครองแตกต่างกันสนับสนุนอยู่ บางคนถือสงครามเวียดนามเป็นสงครามตัวแทนของยุคสงครามเย็น ซึ่งกินระยะเวลานานทั้งหมด 19 ปี

โดยในส่วนของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ถอนฐานทัพของตนเองออกจากเวียดนามอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2516 และรวมไปถึงสงครามกลางเมืองลาว และสงครามกลางเมืองกัมพูชา ซึ่งเมื่อสงครามเวียดนามจบลง ทั้ง 3 ประเทศนี้ได้เป็นการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ในปีพ.ศ. 2518 ซึ่งคู่ต่อสู้ที่นับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของกองกำลังสหรัฐอเมริกาคือกองกำลังของเวียดนามใต้ที่ถูกเรียกว่าเวียดกง เข้าสู่สงครามนี้ในลักษณะของกองทัยกองโจร สามารถจู่โจมกองทัพสหรัฐอเมริการที่ยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าได้อย่างสูสีจากกลยุทธ์ใต้ดิน สามารถโจมตีกองทัพอเมิรกาให้เกิดความเสียหายได้โดยที่ไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน กล่าวกันว่าในสงครามเวียดนามนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทุ่มทั้งงบประมาณทางอาวุธ และกองกำลังไปมากมาย คิดเป็นมูลค่ามหาศาลยิ่งกว่าครั้งที่สหรัฐอเมริกาต้องสูญเสียไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียอีก และยิ่งสหรัฐอเมริกาเพิ่มความรุนแรงในการปราบปรามเวียดกงมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศแห่งปีศาจร้ายในสงครามเวียดนาม เพราะการจู่โจมของพวกเขาไม่สามารถทำให้เวียดกงเสื่อมถอยอำนาจลง แต่กลับสร้างความเสียหายให้กับประชาชนคนธรรมดาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปมากมาย

จนในที่สุดประชาชนชาวอเมริกาเองคือผู้ที่ไม่อาจทนทานให้บุคคลที่รักต้องสูญเสียในสงครามที่พวกเขามองไม่เห็นหนทางชนะได้นี้อีกต่อไป ยังไม่นับรวมถึงภาษีของพวกเขาที่ถูกผลาญไปในสงครามเวียดนามนี้ไปเป็นจำนวนมหาศาล จนในเดือนตุลาคม พ.ศ.2510 ชาวอเมริกากว่า 100,000 คนได้ออกเดินทางไปร่วมชุมนุมประท้วงที่วอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อแสดงความเห็นคัดค้านกับการเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ แม้ในช่วงแรกรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะเพิกเฉยต่อการเรียกร้องของประชาชน แต่ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งชาวอเมริกาที่เบื่อหน่ายในสงครามครั้งนี้ได้

โดยในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 ผู้คนกว่า 500,000 คน ได้ออกมาชุมนุมประท้วงอย่างสันติที่วอชิงตัน ดี.ซี. อีกครั้ง โดยการรวมตัวในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน และจำนวนผู้ชุมนุมได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดทั้งคืน และวันถัดไป มีผู้คนอีก 40,000 คนได้ออกมารวมตัวกันเดินขบวนไปตามถนนเพนซิลเวเนีย เพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบขาว พร้อมทำการประกาศรายชื่อทหารที่เสียชีวิตในสงครามเวียดนาม การประท้วงเป็นไปอย่างสงบ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามใช้แก๊สน้ำตาเพื่อหยุดยั้งฝูงชน มีโรงเรียน และพิพิธภัณฑ์บางแห่งให้ความร่วมมือด้วยการเปิดให้พวกผู้ชุมนุมได้เขาไปพักผ่อน จนในท้ายที่สุดประธานาธิบดีริราช์ด นิกสัน ก็ต้องยอมถอนตัวจากสงครามครั้งนี้

 

 

บทความล่าสุด