"> สงครามฝิ่น จุดเริ่มต้นที่ทำให้จีนสูญเสียฮ่องกงไปนานหลายปี | aisia.net

สงครามฝิ่น จุดเริ่มต้นที่ทำให้จีนสูญเสียฮ่องกงไปนานหลายปี

ชนชาติจีน ชนชาติที่มีความยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5.000 ปี เคยต้องประสบกับความเพลี่ยงพล้ำให้กับชาติตะวันตกอย่างอังกฤษในยุคที่ชาติตะวันตกเกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการเดินเรื่องและการทหาร ในขณะที่จีนยังคงใช้เทคโนโลยีแบบโบราณ ทำให้ยากที่จะต่อกรกับประเทศอังกฤษในยุคล่าอณานิคมได้ ซึ่งในขณะนั้นจีนและอังกฤษถือเป็นคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญของยุค เพราะประเทศจีนเต็มไปด้วยทรัพยากรที่มีคุณค่ามากมาย ในขณะที่อังกฤษเองก็เข้ายึดครองอินเดียทำให้มีสินค้าออกมาค้าขายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญต่อกันมาก

อย่างไรก็ดีสงครามฝิ่นเริ่มเมื่อจีนมีลักษณะการทำการค้าแบบผูกขาดกับชาติตะวันตก ด้วยระบบที่เรียกว่า ก้งหอง หรือ กงหาง ในภาษาจีนกลาง ที่จำกัดขอบเขตการค้าขายกับชาติตะวันตกไว้เฉพาะที่เมืองกวางโจว (เมืองเอกในมณฑลกวางตุ้ง) เท่านั้น ส่งผลให้อังกฤษขาดดุลการค้ากับจีนอย่างมหาศาล เนื่องจากชาวอังกฤษชื่นชอบใบชาจากจีนกันมาก แต่อังกฤษกลับไม่สามารถขายสินค้าให้แก่จีนได้อย่างเสรี จนในช่วงคริสตวรรษที่ 1820 อังกฤษได้นำสินค้าใหม่ที่ปลูกในอินเดียมาจำหน่ายให้กับชาวจีน และทำกำไรกับชาวจีนได้อย่างงดงาม สินค้านั้นก็คือฝิ่นนั่นเอง

ซึ่งฝิ่นนับเป็นสินค้าอันตรายที่ทำให้ชาวจีนพากันละทิ้งหน้าที่การงาน เพราะมัวแต่เมาฝิ่นจนไม่เป็นอันทำการทำงานอันใดอีกเลย และยังติดฝิ่นจนไม่สามารถหยุดการสั่งซื้อจากอังกฤษได้อีกด้วย รัฐบาลชิงได้ตระหนักถึงพิษภัยของฝิ่นดี จนในปีค.ศ.1838 ทางรัฐบาลได้ออกประกาศห้ามนำเข้าฝิ่น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษถึงประหารชีวิต ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ แต่ทว่าฝิ่นก็ยังถูกลักลอบนำเข้ามายังแผ่นดินจีน และสร้างกำไรมหาศาลให้กับชาติตะวันตก จวบจนเดือนมีนาคม ค.ศ. 1839 รัฐบาลจีนได้เข้ายึดฝิ่นของพ่อค้าชาวอังกฤษจากท่าเรือในเมืองกวางโจว ทางอังกฤษได้ทำเรื่องขอคืน แต่ถูกปฏิเสธ จีนพยายามบังคับให้พ่อค้าอังกฤษลงนามในข้อตกลงไม่ค้าขายฝิ่น แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน เมื่อการเจรจาไม่เป็นผลทางจีนได้ทำการทิ้งฝิ่นที่ยึดมาได้ลงทะเล ทางอังกฤษจึงถือเป็นข้ออ้างในการยกกองกำลังมาปิดล้อมชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง รวมถึงฮ่องกง ก่อให้เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความล้าหลังทางเทคโนโลยี จีนต้องพบกับความพ่ายแพ้ และถูกบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญานานกิงเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1842 ซึ่งรัฐบาลจีนต้องชดใช้ค่าเสียหายของฝิ่นที่ถูกทำลาย ต้องจ่ายค่าปฏิกรณ์สงครามให้อังกฤษ และเปิดเมืองท่าชายทะเลเป็น 5 แห่ง ได้แก่ กวางโจว เซียะเหมิน ฝูโจว หนิงโป และเซี่ยงไฮ้ รวมถึงต้องยกเกาะฮ่องกง และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่โดยรอบฮ่องกงให้อังกฤษเช่า ชาวอังกฤษและผู้ที่อยู่ใต้อาณัติที่อาศัยในฮ่องกงจะมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

สนธิสัญญานานกิงที่เกิดจากสงครามฝิ่น ได้ทำลายสมดุลทางการค้าของจีนไป เพราะชาติตะวันตกสามารถขายสินค้าทุกอย่างได้โดยไม่ต้องจ่ายภาษี ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพื้นบ้านของชาวจีนอย่างรุนแรง และยังทำให้การค้าฝิ่นกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมาย โดยถือว่าเป็นยารักษาโรคและทำได้โดยเสรี สังคมจีนเกิดความอ่อนแอ เพราะประชากรส่วนมากติดยาเสพติด

ในที่สุดด้วยแรงกดดันต่าง ๆ ได้เกิดการปะทุของสงครามฝิ่นครั้้งที่ 2 ขึ้น ในช่วงค.ศ.1856-1860 บางคนเรียกว่าสงครามแอร์โรว์ (Arrow War) เนื่องจากอังกฤษต้องการแก้สนธิสัญญานานกิง เพื่อให้ตนได้รับประโยชน์จากการค้ามากขึ้้นไปอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนไม่สามารถยอมรับได้ เจ้าหน้าที่จีนได้ยึดเรือแอร์โรว์ ซึ่งเป็นเรือของชาวจีนแต่จดทะเบียนเป็นเรืออังกฤษ และจับกุมลูกเรือซึ่งเป็นคนจีนทั้งหมด 12 คน ด้วยข้อกล่าวหากองโจร ปลดสะดม และลักลอบขนสินค้าเข้าเมือง อังกฤษเรียกร้องให้จีนคืนเรือ และปล่อยตัวลูกเรือทั้งหมดคืน เพราะเรือลำดังกล่าวชักธงชาติอังกฤษ ซึ่งแน่นอนว่าตกลงกันไม่ได้ อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศพันธมิตรอย่างรัสเซีย และสหรัฐอเมริกาได้ถือเป็นข้ออ้างยกกองทัพมาโจมตีจีนอีกครั้ง ซึ่งจีนก็ต้องประสบกับความพ่ายแพ้อีก มีการลงสัญญาสงบศึก แต่เหตุการณ์ยังไม่สงบนัก เพราะจีนปฏิเสธที่จะให้อังกฤษตั้งสถานทูตที่นครหลวงปักกิ่ง ชาติตะวันตกได้อาศัยความวุ่นวายบุกปล้นวัตถุโบราณ และของมีค่า พร้อมเผาพระราชวังฤดูร้อน 2 หลัง คือชิงอี และหยวนหมิงหยวนในช่วงสงครามฝิ่นด้วย

สุดท้ายจีนก็ต้องลงนามในสนธิสัญญาเทียนจินเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1860 โดยจีนจะต้องยอมให้ชาติตะวันตก ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา เข้ามาทำการค้าที่เมืองท่าเพิ่มอีก 11แห่ง โดยเสียภาษีนำเข้าไม่เกินร้อยละ 2.5 กองทัพเรือของชาติตะวันตกเหล่านี้ สามารถผ่านเข้าออกได้อย่างเสรี จีนต้องจ่ายค่าปฏิกรณ์สงครามให้กับอังกฤษและฝรั่งเศส และค่าชดใช้ความเสียหายให้กับพ่อค้าอังกฤษ นอกจากนี้อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซียได้ทำสัญญาเช่าพื้้นที่ตอนใต้ของคาบสมุทรเกาลูน โดยจีนต้องยกพื้้นที่บริเวณนี้้ให้อยู่ในอาณัติของอังกฤษรวมกับเกาะฮ่องกง เป็นเวลา 99 ปี (ค.ศ.1898-1997)

 

 

 

 

บทความล่าสุด