"> ปีเตอร์ สเบิร์ก เมืองที่มีที่มาจากจอมราชา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด | aisia.net
ปีเตอร์สเบิร์กเมืองที่มีที่มาจอมราชา

ปีเตอร์ สเบิร์ก เมืองที่มีที่มาจากจอมราชา

by admin
42 views

ปีเตอร์ สเบิร์ก ทราบหรือไม่ว่าในศตวรรษที่ 17 นั้นประเทศรัสเซียในมุมมองของยุโรปชาติอื่น ๆ คือประเทศที่มีความล้าหลังมาก ไม่ว่าจะเป็นความล้าหลังทางวิทยาการ ความล้าหลังทางด้านอาวุธยุโธปกรต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีด้านการคมนาคมขนส่ง สภาพของประเทศรัสเซียในขณะนั้นเหมือนประเทศที่ขนาดกว้างใหญ่ไพศาล แต่ขาดการดูแลปกครองที่มีประสิทธิภาพ จนหย่อนยานไม่สามารถพัฒนาให้ทันสมัยได้ ซึ่งสิ่งล้าหลังเหล่านี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยจอมราชาผู้ทุ่มเทและมากไปด้วยความสามารถที่ถูกขนานนามในภายหลังว่าพระเจ้า ปีเตอร์ มหาราชนั่นเอง

จุดเด่นของจอมราชาผู้เกรียงไกรผู้นี้มีหลายด้าน ตั้งแต่รูปลักษณ์ของพระองค์ที่เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่มาก กล่าวกันว่าพระองค์ทรงมีความสูงมากถึง 200 เซนติเมตร เมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชนร่างของพระองค์จะโดดเด่นเป็นสง่าเหนือกว่าคนอื่น ๆ และทรงเป็นผู้ที่มีวรกายกำยำแข็งแรงมากคนหนึ่ง สามารถรับมือจากการประทุษร้ายและสู้รบกับอริราชศัตรูได้อย่างหาญกล้า กล่าวกันว่าด้วยวัยเพียง 10 พรรษา พระองค์ก็มีความอาจหาญถึงขั้นออกเดินเรือไปกับชาวทะเลนักเดินเรือทั้งหลาย ซึ่งช่วยให้พระองค์ได้เปิดพระเนตรพระกรรณว่าประเทศรัสเซียนั้นล้าหลังกว่าชาติอื่น ๆ ในยุโรปมากเพียงใด และประสบการณ์ที่ได้จากการเดินทางยังส่งผลให้พระองค์มีความสนใจพัฒนาระบบการเดินเรือ และคมนาคมภายในประเทศรัสเซียหลังจากขึ้นครองราชย์แล้วอีกด้วย

สิ่งท้าทายความสามารถของพระเจ้า ปีเตอร์ มหาราช นั้นเริ่มตั้งแต่การแย่งชิงราชสมบัติคืนจากพระพี่นางต่างมารดาที่กุมอำนาจอยู่ในขณะนั้น เนื่องจกาเมื่อพระเจ้า ปีเตอร์ มีพระชนมายุได้ 6 พรรษาเท่านั้น ทรงถูกแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์คู่กับพระเชรษฐาต่างมารดา โดยมีผู้กุมอำนาจที่แท้จริงเป็นพระพี่นางที่อายุมากกว่า และตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทน และพระนางยังได้บังคับให้พระอนุชาเสกสมรสกับสตรีที่พระองค์สามารถควบคุมได้เมื่อพระอนุชามีพระชนมายุได้ 13 พรรษาเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อพระชนมายุได้ 21 พรรษา พระเจ้า ปีเตอร์ ก็ทรงสามารถรวบรวมไพร่พลและมิตรสหายที่ไว้ใจได้เข้ายึดอำนาจคืนกลับมาจากพระพี่นางได้สำเร็จ

สิ่งท้ายทายต่อมาในรัชกาลของพระองค์คือการปฏิรูปประเทศรัสเซียให้ทันสมัย ซึ่งพระองค์ได้เริ่มจากการปฏิรูปโครงสร้างทหาร และการเมืองการปกครอง โดยแบ่งแคว้นต่าง ๆ ออกเป็น 8 แคว้น มีการตั้งตำแหน่งการปกครองสำคัญ ๆ ให้กับผู้ที่ทรงวางพระทัย และได้เดินทางไปยังยุโรปด้วยตนเองเพื่อนำช่างฝีมือ วิศวกร พ่อค้า ศิลปิน นักการศึกษาและผู้มีความรู้จากประเทศยุโรปมาปรับปรุงประเทศแบบชนิดที่เรียกว่าสร้างใหม่เกือบทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในเมืองที่พระองค์ให้ความสำคัญนั้นก็คือเมืองเซนด์ ปีเตอร์ สเปิรก์นั่นเอง โดยทรงตั้งให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่แทนกรุงมอสโก ทำเลที่ตั้งของเมืองอยู่ทางฝั่งตะวันออกของอ่าวฟินเลนซ์เพื่อให้ทรงทราบสถานณการ์ณในยุโรปได้ถนัด ทั้งยังเป็นการประกาศความเกรียงไกรในพื้นดินดังกล่าวที่ได้ทำการยึดครองมาจากสวีเดน สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ในเมืองหลวงแห่งใหม่นี้ถูกก่อสร้างตามแบบยุโรปเกือบทั้งหมด รวมถึงพระราชวังที่ถูกสวยงามราวกับพระราชวังแวร์ซายน์ก็ไม่ปาน

ความห้าวหาญของพระเจ้า ปีเตอร์ มหาราชนั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลยตามพระชนมายุ กล่าวกันว่าจอมราชาผู้นี้สิ้นพระชนม์เมื่อมีวัยได้เพียง 52 พรรษาเท่านั้น สาเหตุเนื่องมาจากลงไปช่วยชีวิตพลเมืองที่กำลังจมน้ำ แต่กลับล้มประชวรลงเสียเอง และเป็นเหตุให้สิ้นพระชนม์ในที่สุด ซึ่งชาวรัสเซียก็ได้แสดงความรักและให้เกีรยติในความยิ่งใหญ่ของพระองค์ด้วยการสร้างอนุสาวรีย์ของพระเจ้า ปีเตอร์ มหาราชเอาไว้หลังพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ซึ่งยังคงเป็นสถานที่สำคัญประจำเมืองหลวงเซนต์ ปีเตอร์ สเปิรก์ มาจนถึงปัจจุบัน

 

บทความล่าสุด