"> ประวัติความเป็นมาของเกมหมากรุก เกมที่มีรูปแบบการเล่นหลากหลาย | aisia.net
ประวัติความเป็นมาของเกมหมากรุก เกมที่มีร

ประวัติความเป็นมาของเกมหมากรุก เกมที่มีรูปแบบการเล่นหลากหลาย

by admin
141 views

ประวัติความเป็นมาของเกมหมากรุก เกมที่มีรูปแบบการเล่นหลากหลาย

หมากรุกคือเกมการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ที่มีเสน่ห์น่าเล่นและนับเป็นเกมการแข่งขันที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน โดยคาดว่าเกมการละเล่นนี้เริ่มมีการกล่าวถึงราวพุทธศตวรรษที่ 13 ในประเทศอินเดีย โดยกล่าวเอาไว้ว่าในขณะที่พระรามยกกองทัพไปตีกรุงลงกานั้น ทศกัณฐได้เกิดความเครียดเป็นอย่างมาก จนนางมณโฑภรรยาต้องคิด เกมหมากรุก ขึ้นมาทศกัณฐขึ้นมาเล่นแก้เครียด ให้แต่ละฝั่งของหมากรุกคือประเทศแต่ละประเทศที่กำลังต่อสู้กัน โดยหมากรุกตามหนังสือภาระตะ ก่อนที่จะเริ่มได้รับความนิยมในประเทศเปอร์เซีย และอาหรับในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 จากนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีการกำหนดรูปแบบการเล่นโดยเฉพาะขึ้นในประเทศจีน และยุโรปในที่สุด
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ เกมหมากรุก ได้รับความนิยมก็อาจเนื่องมาจากรูปแบบการเล่นที่เสมือนกับการต่อสู้กันระหว่างประเทศ 2 ประเทศ โดยมีการกำหนดลำตับชั้นความสำคัญของหมากแต่ละตัวเอาอย่างชัดเจน ซึ่งหมากแต่ละตัวก็จะมีวิธีการเดินและจำนวนที่แตกต่างกัน เปรียบได้กับการเดินทัพในสงครามนั่นเอง
แต่แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีการกำหนดตัวหมาก และกติการของ เกมหมากรุก ที่แตกต่างกัน แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการกำหนดให้มีหมากรุกที่มีแนวทางการเล่นที่เป็นสากลมากขึ้น อันประกอบไปด้วยตัวหมากที่สำคัญดังนี้
จักรพรรดิ หรือกษัตริย์ คือตัวหมากที่มีความสำคัญมากที่สุด หากถูกฝ่ายตรงข้ามเอาชนะได้ก็คือการทำรุกฆาต อันเป็นการชี้ขาดถึงผลแพ้ชนิดในการเล่นหมากรุก
ราชินี เป็นหมากตัวสำคัญรองลงมาจากกษัตริย์ ในหมากรุก 1 กระดานจะมีราชินีได้เพียงฝ่ายละ 1 หมากเท่านั้น
เรือ คือหมากที่มีความสำคัญรองลงมา อาจเทียบเท่าได้กับตำแหน่งแม่ทัพนายกองในกองทัพ
บิชอพ คือหมากที่มีความสำคัญรองลงมา วิธีการเดินหมากนี้จะต้องทำในแนวทแยงเท่านั้น ไม่ใช้การเดินเป็นแนวตั้ง หรือแนวนอน
ม้า คือหมากที่เปรียบเหมือนทหารที่มีชั้นความสำคัญพอสมควร สามารถเดินได้หลายทิศทาง และแบ่งเป็น 2 จังหวะในทิศทางต่างกันได้
เบี้ย คือหมากระดับล่างสุดของ เกมหมากรุก แต่จะมีจำนวนมากที่สุดคือ 8 หมากต่อเกม 1 กระดาน เวลาเดินเดินได้เพียงครั้งละ 1 ช่องเท่านั้น
เมื่อจะเล่นเกมชนิดนี้ก็ต้องดำเนินบนกระดานที่ถูกแบ่งออกเป็นสี 2 สีตัดกันเป็นช่อง ๆ โดยต้องมีจำนวนช่องทั้งหมด 64 ช่อง แนวละ 8×8 ช่อง โดยหมากแต่ละตัวจะมีรูปแบบการเดินที่แตกต่างกัน หากถูกฝ่ายตรงข้ามเดินข้ามไปได้ก็จะถือว่าถูกกินไปทีละตัว แต่หากกินตัวกษัตริย์ได้ก็จะถึงว่ารุกฆาตและสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ หรือจะตัดสินจากการยอมแพ้ของผู้เล่นเมื่อไม่สามารถเดินหมากต่อไปได้ก็ได้

บทความล่าสุด