"> ประวัติความเป็นมาของอีสป ผู้แต่งนิทานที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก | aisia.net
ประวัติความเป็นมาของอีสป ผู้แต่งนิทานที่

ประวัติความเป็นมาของอีสป ผู้แต่งนิทานที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

by admin
53 views

ประวัติความเป็นมาของอีสป ผู้แต่งนิทานที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

เมื่อกล่าวถึง นิทานอีสป หลายคนคงรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนิทานของมักเรียบง่าย กล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ทว่ากลับสอนข้อคิดที่ทำให้เด็ก ๆ รู้จักคิด และแยกแยะสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีออกจากกันได้ โดยนิทานที่มีชื่อเสียงของอีสปก็ได้แก่ชาวนากับงูเห่า ราชสีห์กับหนู หรือกระต่ายกับเต่า เป็นต้น
และแม้ว่า นิทานอีสป จะมีชื่อเสียง แต่ตัวของอีสปเองกลับไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงมากนัก ซึ่งจากการสืบค้นหลักฐานของนักโบราณคดีคาดการณ์ว่าอีสปคือชนชั้นทาสที่มีชีวิตอยู่ในราว 620-560 ก่อน คริสตกาล ในประเทศกรีก โดยคำว่าอีสปคาดว่ามาจากคำว่าเอธิออป ที่เป็นคำเรียกคนที่มีผิวดำในประเทศเอธิโอเปีย ก่อนที่ชาวยุโรปจะเรียกเพี้ยนเป็นอีสป จากที่มาของชื่อทำให้นักโบราณคดีคาดการณ์ว่าอีสปน่าจะเป็นทาสชาวแอฟริกาที่ถูกกวาดต้อนมาค้าทาสที่ประเทศกรีก และรูปโฉมของเขาน่าจะอัปลักษณ์ไม่น่ามองนัก ตามตำนานเชื่อว่ารูปลักษณ์ของอีสปนั้นมีจมูกบี้ ปากแบะ มีลิ้นคับปาก หลังงองุ้ม และผิวดำมาก ทว่าตะรางข้ามกับรูปลักษณ์อันอีปลักษณ์ อีสปกลับมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมมาก
เชื่อว่าอีสปมักจะมีเรื่องราวสนุก ๆ มาเล่าให้นายและเพื่อน ๆ ของนายเขาฟังอยู่เสมอ ซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนสนุกสนานน่าสนใจ นายทาสของอีสปเชื่อว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 คน คนแรกคือ Xanthus ที่ได้ขายเขาให้กับนายคนที่ 2 ที่ชื่อ Jadmon ซึ่งนายคนที่ 2 นี่เองที่เห็นแววแห่งความเฉลียวฉลาดของอีสปจนตั้งให้เขาเป็นครูสอนหนังสือให้กับลูก ๆ และยังชอบพาอีสปไปพบปะพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่มีชื่อเสียงและอำนาจของเขา โดย Jadmon ก็อาศัยความเฉลียวฉลาดของอีสปในการวิเคราะห์ผู้คนให้ และยังให้อีสปเล่านิทานเพื่อสร้างบรรยากาศสนุกสนานในงานเลี้ยงต่าง ๆ อยู่เสมอ จนในที่สุด Jadmon คือนายที่มอบอิสระจากความเป็นทาสให้กับอีสป
เมื่อเป็นอิสรภาพอีสปได้กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ใคร ๆ ต่างก็เชื้อเชิญให้เข้าไปพบ ครั้งหนึ่งอีสปได้มีโอกาสเข้าเฝ้ากษัตริย์ครีซุส ที่ขึ้นชื่อว่าร่ำรวยมหาศาล หรือแม้แต่นักปราชญ์โซลอนที่มีชื่อเสียง เป็นต้น ซึ่งหลายครั้งที่การเดินทางของอีสปจะเป็นการเดินทางเพื่อไปแก้ไขปัญหาของขัดแย้งหรือกรณีพิพาทในดินแดนต่าง ๆ ที่ในขณะนั้นปกครองกันอย่างเป็นอิสระในเอเชียไมเนอร์ โดยอีสปก็ได้ใช้ นิทานอีสป สอนใจของเขาทำให้ความขัดแย้งได้รับการประนีประนอมและบรรเทาความร้อนแรงลงได้ อย่างไรก็ตามวาระสุดท้ายของอีสปก็ได้มาเยือนเมื่อเขาได้รับมอบหมายในฐานะทูตให้นำทองไปให้ชาวเมืองเดลฟี แต่ด้วยความขัดแย้งบางอย่างทำให้อีสปถูกชาวเมืองสังหารอย่างโหดร้ายและไม่เป็นธรรม เชื่อกันว่าหลังการตายของอีสปชาวเมืองเดลฟีก็ต้องเผชิญกับหายะทางธรรมชาติไปหลายครั้งจนมีสำนวนสุภาษิตที่เรียกว่า The blood of Aesop (โลหิตของอีสป) หมายความถึงการกระทำ หรือการตัดสินโทษที่ไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม
และแม้ว่าอีสปจะสิ้นชีพไปแล้ว แต่ นิทานอีสป ก็ยังคงอยู่ โดยมีผู้ได้ทำบันทึกนิทานของเขาเอาไว้ และได้เริ่มถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษใน ค.ศ. 1400 ก่อนที่จะแพร่หลายในประเทศอื่น ๆ ของยุโรป และทั่วโลกในที่สุด

บทความล่าสุด