"> ความเชื่อเรื่อง นรกภูมิ ของชาวยุโรป | aisia.net
ความเชื่อเรื่องนรกภูมิของชาวยุโรป

ความเชื่อเรื่อง นรกภูมิ ของชาวยุโรป

by admin
172 views

นรกภูมิ ความเชื่อในเรื่องนรกและสวรรค์นับเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ แต่ก็อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาคต่างๆ ของโลก ซึ่งในทวีปยุโรปเองก็มีความเชื่อในเรื่องของนรกหรือสวรรค์เช่นเดียวกัน โดยในช่วงแรกความเชื่อเรื่องนรกภูมินั้นอ้างอิงตามเทพปกรณัมกรีกและโรมัน กล่าวคือนรกเป็นดินแดนที่ถูกปกครองโดยเทพเจ้านามว่าเฮเดส ซึ่งเป็นดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยความมืด เต็มไปด้วยอันตรายและสัตว์ร้ายที่มีความน่ากลัวชนิดต่างๆ และหน้าที่ของดินอดนที่ฮาเดสปกครองนั่นก็คือหน้าที่ดูแลดวงวิญญาณหลังความตายนั่นเอง

นรกภูมิของเฮเดสนั้นทุกๆ ดวงวิญญาณจะทุกๆ ดวงเมื่อตายก็จะต้องเดินทางมายังนรกโดยเทพเฮอร์มีส และถูกส่งไปให้มานธีส มินอส และเออีคัสตัดสินโทษ วิญญาณที่ดีจะถูกส่งไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่ทุ่ง Elysian ส่วนวิญญาณที่แดน Tartarus ซึ่งเป็นดินแดนแห่งการลงโทษ การเข้าออกไปยังนรกนั้นทุกๆ ดวงวิญญาณจะต้องเดินทางผ่านเรือของชารอนที่จะต้องมีการจ่ายค่าผ่านทางให้ด้วย ชาวกรีกจึงมีความเชื่อว่าต้องเอาเงินใส่ปากผู้ตายเพื่อใช้เป็นค่าโดยสารเรือของชารอน และที่หน้าประตูของนรกจะมีสุนัข  3 หัวนามว่าเซอร์บิรัสเฝ้าอยู่ เพื่อระวังไม่ให้คนเป็นล่วงล้ำเข้าไปยังดินแดนของคนตายนั่นเอง

อย่างไรก็ตามแนวคิดในนรกภูมิของชาวยุโรปในระยะหลังนั้นก็ได้ถูกอิทธิพลของศาสนาคริสต์เข้ามามีอิทธิพล ทำให้นรกภูมิกลายเป็นดินแดนของปีศาจและซาตาน หรือผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับพระเป็นเจ้า วิญญาณของคนตายจะถูกพิพากษาโดยพระผู้เป็นเจ้าเอง วิญญาณที่ดีจะถูกส่งไปยังสวรรค์ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาจะมีชีวิตนิรันดร์ที่ดี ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันหากเป็นวิญญาณที่ชั่วร้ายก็จะถูกส่งไปรับโทษที่นรกภูมิ ซึ่งเชื่อว่าทางเข้าของนรกนั้นอยู่ที่กรุงเยาซูซาเล็ม ทางเข้านรกมีลักษระเป็นกรวยแหลมลึกลงไปเป็นชั้นๆ มากถึง 9 ชั้น ชั้นสุดท้ายจะอยู่ที่ใจกลางของโลก ซึ่งเป็นที่อยู่ของลูซิเฟอร์หรือซาตานอดีตเทวดาที่เป็นปฏิปักษ์กับพระผู้เป็นเจ้า ในระหว่างชั้นของนรกชั้นๆ อื่นๆ นั้นจะมีบทลงโทษสำหรับวิณณานที่ชั่วร้ายแตกต่างกันไปตามความหนักเบาของบาปที่ได้กระทำลงไป ทำให้แต่ละชั้นมีบทลงโทษของดวงวิญญาณที่ชั่วร้ายแตกต่างกันไปด้วย

ดังนั้นแม้ว่าโลกหลังความตาย การมีอยู่ของนรกภูมิ หรือสวรรค์จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็บ่งบอกกได้ว่าความเชื่อนี้มีขึ้นเพื่อสอนให้คนไม่ทำบาป และให้สะสมความดีไว้เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายหลังตายไปแล้วนั่นเอง

บทความล่าสุด