"> ที่มาของลูกเสือและเนตรนารี | aisia.net
ที่มาของลูกเสือและเนตรนารี

ที่มาของลูกเสือและเนตรนารี

by admin
137 views

ที่มาของลูกเสือและเนตรนารี

ลูกเสือนับเป็นกลุ่มกิจกรรมที่มีในประเทศไทยมานานเป็นร้อยปีแล้ว โดยผู้ริเริ่มที่ทราบกันดีคือรัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี แต่พระองค์ก็ไม่ได้คิดค้นกิจกรรมนี้ แต่รับมาจากประเทศอังกฤษอีกครั้งในช่วงที่พระองค์ท่านกำลังศึกษาอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยผู้ที่ได้ชื่อว่าริเริ่มและก่อตั้งกิจการลูกเสือเป็นคนแรกของโลก นั่นก็คือลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell) ชาวอังกฤษ ที่เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 ในช่วงวัยเด็กโพเอลล์เป็นผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบพักแรมกลางแจ้ง รักธรรมชาติ ชื่นชอบการร้องเพลง และมีทักษะในการใช้แผนที่เป็นอย่างดี เมื่อโตขึ้นในวัย 19 ปี เขาได้เข้ารับราชการทหารในยศร้อยตรี และถูกส่งไปประจำการที่ประเทศอินเดียและแอฟริกา โพเอลล์ขื่อว่าเป็นทหารที่ได้เบี้ยหวัดน้อย ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้ที่ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมัธยัสถ์มาก มีความเข้มแข็งและอดทนสูง ต่อมาเมื่อปลดประจำการแล้วเขาได้นำประสบการณ์ตอนที่เป็นทหารมาฝึกสอนเด็ก ๆ ให้เรียนรู้การเป็นผู้สื่อข่าว และทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผ็อื่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 โพเอลล์ได้รวบรวมเด็กทั้งหมด 20 คน ให้ไปอยู่กับเขาที่เกาะบราวน์ซี ซึ่งอยู่ในประเทศอังกฤษ เพื่อจัดกิจกรรมพักแรมในรูปแบบของลูกเสือขึ้นมาเป็นครั้งแรก ก่อนที่ดำเนินการก่อตั้งกองลูกเสืออย่างจริงจังขึ้นในปี พ.ศ. 2451

การดำเนินกิจกรรมนี้ของโพเอลล์จะอยู่ภายใต้คติพจน์ที่ว่า BE PREPARED (จงเตรียมพร้อม) และมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Scout ซึ่ง มีความหมายตามแต่ละตัวอักษร ดังนี้

  • S : Sincerity คือความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงระหว่างกัน
  • C : Courtesy คือความสุภาพอ่อนโยน มีมารยาทที่ดีต่อผู้อื่น
  • O : Obedience คือการเชื่อฟัง อ่อนน้อมถ่อมตน อยู่ในโอวาท
  • U : Unity คือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความสามัคคี
  • T : Thrifty คือความมัธยัสถ์ รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด

โพเอลล์ได้ไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่เคนยา ทวีปแอฟริกา เมื่ออายุได้ 80 ปี และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2485

ส่วนเนตรนารีนั้นเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยหลังจากที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 ได้ก่อตั้งกิจการลูกเสือขึ้นในประเทศไทย เพื่อเสริมทักษะระเบียบวินัย และความรักชาติของเด็กชายไทยแล้ว ท่านก็ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับเด็กหญิงด้วย จึงได้ก่อตั้งกิจการเนตรนารีขึ้นมาสำหรับเด็กหญิงบ้าง โดยในช่วงแรกเนตรนารียังไม่มีการกำหนดเครื่องแบบเอาไว้ใช้ ส่วนกิจกรรมที่เนตรนารีต้องฝึกนั้นเป็นทักษะในการใช้ชีวิตเช่น

  • วิชาพฤกษศาสตร์ เป็นวิชาที่เนตรนารีจะต้องฝึกเพาะพันธุ์เมล็ดพืช ผัก ดอกไม้ และพืชสวนครัวต่าง ๆ
  • วิชาปฐมพยาบาล เป็นวิชาที่เน้นการช่วยผู้คนอย่างคนที่เป็นลม วิธีการใช้ผ้าพันแผล และเข้าเฝือก การทำแผลเบื้องต้น เป็นต้น
  • วิชาการครัว เน้นการทำกับข้าว หุงข้าว โดยมักจะเน้นการประกอบอาหารจากพืชผักสวนครัวที่เพาะปลูกเอาไว้เอง

และมีการฝึกซ้อมกฎของ Girl Scouts ที่นิยามเอาไว้ว่า “Seek beauty and Presume Knowledge” s,kp57การพยายามหาค้นหาความงามและคุณค่าในสิ่งที่ตนประพฤติ ปฏิบัติ อย่างสุภาพ อ่อนโยน และใช้ความรู้ของตนมาก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วม พร้อมจะอดทนทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม

 

 

บทความล่าสุด