"> ตำนานรักดอกอะจิไซ ดอกไม้ที่มาพร้อมสายฝน | aisia.net
ตำนานรักดอกฮะจิไซ ดอกไม้ที่มาพร้อมสายฝน

ตำนานรักดอกอะจิไซ ดอกไม้ที่มาพร้อมสายฝน

by admin
71 views

ตำนานรักดอกอะจิไซ ดอกไม้ที่มาพร้อมสายฝน

เมื่อเอ่ยถึงดอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมชมชอบ หลายคนอาจนึกถึงแต่ดอกซากุระ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วดอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นให้ความนิยมอีกชนิดหนึ่งนั้นก็คือ ดอกอะจิไซ หรือดอกไฮเดรนเยีย นั่นเอง ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้จะเบ่งบานในช่วงฤดูฝน เป็นดอกไม้ที่มีช่อดอกสีฟ้า ไล่ความเข้มไปจนเป็นสีม่วงขึ้นกับธาตุอาหารที่อยู่ในดินของพื้นที่ปลูกดอกไม้ชนิดนั้น ๆ ความนิยมของดอกไม้ชนิดนี้ทำให้มีทุ่งดอกไฮเดรนเยียที่ชาวญึ่ป่นนิยมไปชื่นชมอยู่หลายแห่ง แต่นอกจากความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้แล้ว ที่นี้ยังมีตำนานความรักที่ไม่สมหวังอีกด้วย
ตำนานรักของ ดอกอะจิไซ เป็นความรักข้ามเชื้อชาติเพราะฝ่ายชายคือนายแพทย์ชาวเยรมันนามว่า Philipp Franz von Siebold ส่วนฝ่ายหญิงคือหญิงสาวญี่ปุ่นนามว่าโอทากิ ทั้งคู่พบกันที่เขตเดจิม่า เมืองนางาซากิ ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นในขณะนั้นยังปิดประเทศและไม่ต้อนรับชาวตะวันตกเท่าใดนัก การที่นายแพทย์ซีโบลล์สามารถเข้าประเทศได้นั้นเนื่องมาจากเขามีอาชีพเป็นนายแพทย์และมีเป้าหมายเข้ามาเผยแพร่การแพทย์สมัยใหม่ให้กับคนญี่ปุ่นจึงได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งการมาเยือนญี่ปุ่นในครั้งนี้ทำให้เขาได้พบรักกับสาวน้อยโอทากิ หญิงสาวชาวบ้านที่รับหน้าที่เป็นแม่บ้านดูแลบ้านช่องให้กับชาวต่างชาติ และโอทากิยังรับหน้าที่ไกด์จำเป็นพานายแพทย์ซีโบลล์เยี่ยมชมเมืองอีกด้วย ความใกล้ชิดทำให้ทั้ง 2 ตกหลุมรักกันและตกลงปลงใจแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในที่สุด ทั้งคู่มีพยานรักเป็นลูกสาวนามว่าอิเนะ
อย่างไรก็ดีในที่สุดความรักของทั้งคู่ก็มาถึงทางตัน เพราะด้วยนิสัยของซีโบลล์ที่ชอบจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบในฐี่ปุ่นจนถึงขั้นจ้างให้ชาวญี่ปุ่นเขียนแผนที่ให้เขาเอาไว้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งแผ่นที่นี้ถือเป็นสิ่งต้องห้ามที่ฐี่ปุ่นในขณะนั้นไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือเอาไว้ได้ ดังนั้นเมื่อเรื่องราวของแผ่นที่รู้ไปถึงหูของพระจักรพรรดิ พระองค์จึงได้มีคำสั่งเนรเทศซีโบลล์ออกจากประเทศญี่ปุ่นในข้อหาสายลับ
ซีโบลล์จำใจต้องแยกจากเมียและลูกรักอย่างเศร้าโศก โดยเขาได้นำ ดอกอะจิไซ ติดตัวไปด้วย และด้วยความผูกพันกับภรรยา และความสามารถด้านพฤกษศาสตร์ของเขาซีโบลล์ได้เพาะพันธุ์ต้นอะจิไซที่เข้านำไปด้วยกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เขาได้ตั้งชื่อว่า Otakusa เพื่อแสดงถึงความคิดถึงที่มีต่อโอทากิภรรยาที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งของเขา
อย่างไรก็ดีเมื่อโอทากิมั่นใจแล้วว่าชาตินี้เธอคงไม่มีโอกาสได้พบกับสามีชาวต่างชาติอีก เธอได้ตัดสินใจเขียนจดหมายปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ อย่ารอคอยเธออีกแต่ให้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนใหม่ได้เลย อันเป็นรูปแบบความหวังดีที่เธอมีต่อสามีไม่อยากให้เขาต้องมาตรอมใจเพราะเธออีกต่อไป ซีโบลล์เมื่อแรกที่ได้รับจดหมายก็เศร้าโศกเสียใจมาก แต่ในที่สุดก็เข้าใจในความหวังดีของภรรยาและตัดสินใจแต่งงานใหม่กับ Helene von Gagern และได้มีลูกกับภรรยาใหม่อีก 5 คน ส่วนโอทากิก็แต่งงานใหม่โดยไม่มีลูกด้วยกัน
อย่างไรก็ตามทั้งคู่มีโอกาสได้พบกันใหม่อีกครั้งในวัยชรา เมื่อนายพล Matthew C. Perry แห่งหรัฐอเมริกาได้ยกทัพเรือมาล้อมอ่าวเพื่อบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ โดยซีโบลล์ได้เดินทางมากับลูกชายคนโตของภรรยาใหม่ ครั้งนี้เขาได้พบอิเนะบุตรสาวที่โตเป็นผู้ใหญ่และภรรยาเก่าอย่างโอทากิอีกครั้งอย่างคนที่เคยรักกัน อย่างไรก็ดีแม้ว่าความรักของทั้งคู่จะพลักพรากและไม่สมหวังแต่สายสัมพันธ์แห่งความรักก็ยังคงปรากฏอยู่ ทั้งพันธุ์ ดอกอะจิไซ ที่ซีโบลล์พัฒนาขึ้น และก่อนเสียชีวิตซีโบลล์ได้บันทึกข้อความว่าภายหลังจากเสียชีวิตแล้ว เขาอยากโบยบินไปยังดินแดนที่สงบ และสวยงาม ที่ได้เคยใช้ชีวิตอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของโลก ส่วนโอทากิก่อนเวียชีวิตเธอได้ร้องขอผลสตรอเบอรี่มารับประทาน ซึ่งผลไม้ชนิดนี้เธอได้กินเป็นครั้งแรกจากซีโบลล์นั่นเอง

บทความล่าสุด